Thursday, August 4, 2011

ม่อนม่วน นอนอิ่มแล้วมาเที่ยว ม่อนแจ่ม (เชียงใหม่)

 










              จากเชียงใหม่ ขับรถเส้นแม่ริม  ถึงสามแยกแม่ริม เลี้ยวซ้ายขึ้นมาทางน้ำตกแม่สา  ขับมาเรื่อยๆ จนถึงร้านอาหาร โป่งแยงแอ่งดอย(ร้านดังแถวนี้) ขับต่อมาอีก 1 ก.ม. มีป้ายอยู่ขวามือ เขียนว่าทางเข้า โครงการหลวงหนองหอย เลี้ยวขวาเข้ามาเลยครับ ขับรถมาอีกประมาณ 7 ก.ม. ตรงตลอด ก็จะเริ่มเห็นป้าย ม่อนม่วน และ ม่อนแจ่ม ระวังหน่อยนะครับ ทางชัน และค่อนข้างแคบ แต่ถนนทำใหม่เรียบร้อยดีครับ......ถ้าจะให้ทริปนี้เห็นแต่ความงามตลอดทาง ควรออกจากเชียงใหม่ประมาณ บ่ายสามโมง จะมาสัมผัส ทั้งอากาศ และ บรรยากาศ  ที่ลงตัว
















             จะขับเลยป้ายทางเข้าม่อนม่วน เพื่อขึ้นไปเที่ยว ม่อนแจ่ม ก่อนก็ได้นะครับ ที่ม่อนแจ่ม มีร้านอาหารของโครงการหลวง ซึ่งเอาผลิตผล พืชผัก ของโครงการหลวง มาทำเป็นอาหารได้อย่างอร่อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น เห็ดยำ หรือ ผัด,สลัด นานาชนิด มีรายการอาหารมากมายให้เลือก จะทานอาหารก่อนหรือเดินเล่นก่อนก็ได้นะครับ มีแปลงปลูกสตอเบอร์รี่ แปลงปลูกผักตามไหล่เขา หรือจะลงมาทานที่ ม่อนม่วนก็ได้ครับ
       ทางลงก่อนจะถึง ม่อนม่วน (ทั้งสองแห่งห่างกันประมาณ 1 ก.ม.)  จะมีสำนักงานของโครงการหลวง ใหญ่เลยทีเดียวให้ท่านหาซื้อผักผลไม้ ที่ชาวบ้านเก็บมาส่งที่โครงการสดๆ เลยครับ แต่ควรจะซื้อตอนเช้าก่อนกลับบ้านนะครับ เค้าเปิดตั้งแต 8 โมงเช้า


 
    














             ม่อนม่วน มีห้องพักทั้งหมด 9 ห้อง เป็นบ้านแบบหลองข้าว 8 หลัง ปลูกเรียงรายตามลาดเขา ขนาดห้องกำลังน่ารักเลยครับ ผมถ่ายรูปห้องพักห้องเล็กที่สุดมาให้ดูด้วยครับ ขนาดเล็กยังน่ารัก น่านอน เลยครับ ส่วนอีกห้องก็จะอยู่ด้านล่างของ ล๊อบบี้ ที่นี่เหมาะมากที่จะหลบหนีความวุ่นวายของตัวเมือง มานั่งพักผ่อน อ่าน , เขียน หนังสือ สงบ เย็นสบาย อาหารที่นี่ก็รสชาดดีทีเดียวเลยครับ  ท่านจะรู้สึกอบอุ่น เหมือนมาพักในบ้านของเพื่อนสนิท  คุณแม่ (ใจดี) ของเจ้าของบ้าน คอยต้อนรับอย่างเป็นกันเอง   เปิดเพลงเบานั่งจิบไวน์ ทอดสายตาดูวิวทิวเขา  แกล้มด้วย ยำเห็ด และ ปีกไก่ทอด ....... เอาสเต็ค มาแลกยังไม่ยอม


 










        อาหารเย็นที่นี่ อร่อยทุกอย่างครับ  ไม่ว่าจะเป็น แกงเขียวหวานน้ำคลุกคลิก ผัดบล็อดคคารี่  ปีกไก่ทอด(แกล้มไวน์ได้เลย)  ผัดกระเพรา(กระเพราบนดอยหอมกว่าข้างล่างครับ)  ไวน์ที่นี่เค้าก็มีทั้งขาวทั้งแดง 
        การบริการ พนักงานทุกคนที่นี่ น่ารัก มีความเป็นธรรมชาติ และ ได้ถูก อบรม และ สอนมาอย่างใช้ได้ทีเดียว ที่สำคัญ เด็กๆที่นี่มีหัวใจในการบริการ แบบมาจากข้างในจริงๆครับ   ที่นี่ไม่ได้โก้หรู อลังการ แต่เหมาะที่จะมาพักผ่อนจริงๆ  แค่มาสูดเอา อากาศบริสุทธิ์ ก็เกินคุ้มแล้วครับ  เพราะที่นี่สูงถึง 1,250 เมตร จากระดับน้ำทะเลครับ  มา Fresh up ตัวเองบ้างในบางครั้ง .........ลองมาสัมผัสดูครับ

สนใจสอบถามราคาห้องพัก และ จองที่พักได้ที่
โทร  083 318 6444     หรือ  083 318 6555
           

หรือลองเปิดดูรายละเอียดที่     
 http://www.baanmonmuan.com/



ป๋าปึกส์
5/10/2553
ลองเข้าไปอ่าน รายการอาหารเด็ดๆ  จากร้านโปรด ของผู้เขียน ข้างล่างดูนะครับ
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

ม่อนแจ่ม ..... สวรรค์ที่เอื้อมถึง (เชียงใหม่)

 










                ขับรถออกจากเชียงใหม่  สายแม่ริม ผ่านกองพันสัตว์ต่าง ผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริม  ขับไปจนถึงไฟแดงที่จะเลี้ยวขึ้น น้ำตกแม่สา พอถึงไฟแดง เลี้ยวซ้าย  ขับไปเรื่อยๆ ผ่านน้ำตกแม่สา  ผ่านสวนพฤกษศาสตร์ ผ่านโป่งแยงแอ่งดอย แล้วเริ่มชลอรถ ลงซักนิด  จากตรงนี้อีก 1 ก.ม. เตรียมตัวเลี้ยวขวา  ปากทางจะเห็นป้าย  " ทางเข้าโครงการหลวงหนองหอย "   จากทางเข้าขับตรงขึ้นมาเรื่อยๆ ประมาณ 6 ก.ม. ก็จะเห็นโครงการหลวง แต่กรุณาใช้ความระมัดระวังหน่อยนะครับ เส้นทางชันมากพอสมควร  ขับขึ้นมาเรื่อย  ตามทางก็จะเริ่มเห็นป้ายม่อนแจ่ม เป็นระยะ ระยะ  .......



             










            ม่อนแจ่มตั้งอยู่กลางสันเขา ท่ามกลางหมู่บ้านม้ง ที่ปลูกผักผลไม้ ให้กับโครงการหลวง เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ที่ถูกสร้างอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ และรักษาสภาพทิวทัศน์ และ สิ่งแวดล้อม ไว้อย่างดีที่สุดแห่งหนึ่ง  ทางโครงการหลวงเลยสร้างเป็น "แคมปิ้ง รีสอร์ท" สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะมาพักในเต้นท์  โดยจัดเตรียมเต้นท์ อย่างดี พร้อมอุปกรณ์ การนอนอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ฟูก หมอน หรือ ผ้าห่ม นอกจากนั้นยังจัดบริการห้องน้ำที่เป็นส่วนตัว ของแต่ละจุดที่จัดวางเต้นท์ มีทั้งห้องสุขาที่แยกส่วน และห้องอาบน้ำที่มีน้ำอุ่นไว้บริการด้วย



           









             มีกิจกรรมที่สามารถทำบน ม่อนแจ่ม ได้หลากหลายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเดินเล่นไปรอบๆทิวเขา เพื่อชมธรรมชาติอันงดงามแสนโรแมนติค  หรือจะไปชม สวนผักผลไม้ ของโครงการหลวง  ที่น่าประทับใจ    ... บนม่อนแจ่ม ยังมี ร้านอาหาร (ที่อยู่ในรูป) ไว้บริการนักท่องเที่ยว และ ผู้มาเยือน   ที่นี่มีอาหารหลากหลายเมนู  แต่ละเมนู ใช้พืชผัก และวัตถุดิบ ในการประกอบอาหาร จากโครงการหลวงเกือบทั้งสิ้น   สนนราคา ถูกเหลือเชื่อ .... และที่สำคัญ  ฝีมือแม่ครัวที่นี่ ก็ต้องถือว่า ชั้นเทพ เหมือนกันครับ  อากาศบนนี้  ช่วงที่ผมขึ้นไปครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเขียนเรื่องนี้ ตรงกับ เดือนสิงหาคม เวลาประมาณ บ่ายสามโมง อุณหภูมิ 22 องศา...... นี่ขนาดเป็นช่วงเข้าหน้าฝน นะครับ    หากท่านใดมีแผนที่จะมาเที่ยวที่  " ม่อนแจ่ม "  แห่งนี้  ในช่วงฤดูหนาว  กรุณาเตรียมเครื่องหนาวให้พร้อม และเพียงพอด้วยนะครับ  ... รับรองหนาวแบบ สั่นทั้งตัวเลยทีเดียวครับ



      









             มาเที่ยวภาคเหนือ คราวหน้า อย่าลืมแวะเที่ยว เชียงใหม่  พาคนที่คุณรัก มาสัมผัส บรรยากาศ อันหนาวเย็นชื่นใจ  พบกับความโรแมนติคหวานฉ่ำ บน  ม่อนแจ่ม แห่งนี้ ... แล้ว คุณทั้งคู่ จะไม่มีวันลืม ความทรงจำอันมีคุณค่า ครั้งนี้ ตลอดไป
             หากท่านต้องการขึ้นไปพักค้างแรมในเต้นท์ ช่วง วันหยุดสุดสัปดาห์  , เทศกาล หรือ   Long Weekend   ขอแนะนำให้วางแผนล่วงหน้า นานๆ และ รีบจอง โดยด่วน  ลองสอบถามรายละเอียดได้ที่
ฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการหลวง    โทร 053 810 765  ต่อ 108  หรือ โทร  081 806 3993


ลองคลิ๊ก เข้าไปดู รายละเอียด ใน  website  ด้านล่างนี้ดูนะครับ

อย่าลืมนะครับ  หนาวนี้   พาคนรัก ไปทานข้าว หรือ ค้างแรม  ที่ม่อนแจ่ม นะครับ

ป๋าปึกส์
1/10/2553
ลองเข้าไปอ่าน รายการอาหารเด็ดๆ  จากร้านโปรด ของผู้เขียน ข้างล่างดูนะครับ
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html


ดาราเทวี ... ที่เหนือ ความ ธรรมดา (เชียงใหม่)

                 ดาราเทวี..... คงไม่มี นักธุรกิจไทยคนไหน กล้าพอที่จะทำโครงการแบบนี้ขึ้นมาอีกแล้ว  ด้วยเงินลงทุนมหาศาล ทำให้ทุกสิ่งที่ท่านได้เห็นเวลาก้าวย่างเข้ามาเยี่ยมเยียน โรงแรมแห่งนี้ มันอลังการ  เหนือคณานับ ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะล้านนา วัตถุโบราณ และของสะสมส่วนตัว อันมีอยู่ทุกซอกมุม ที่เจ้าของโรงแรม ได้นำมาจัดวางไว้  แทบจะไม่สามารถจัดหามาได้อีก ต่อให้มีทรัพย์สินเงินทองล้นฟ้า เนื่องด้วยบางชิ้น มีเพียงชิ้นเดียวในโลก  นอกจากความงดงามทาง สถาปัตยกรรมแล้ว การตกแต่งภายใน ก็หรูหรา สะดวกสบายทุกรายละเอียด การบริการ คงไม่ต้องอธิบายให้เสียเวลา ด้วยมาตรฐาน ของ โอเรียนเต็ล แทบจะเป็นเสมือน ไปรับรองถึงคุณภาพ


     










    

           ผมเชื่อว่าหลายท่านคงจะได้เห็นทั้งภาพ และ รับฟังเรื่องราว อันอลังการของ ดาราเทวี มามากแล้ว ผมเลยขอเขียน เรื่องราวที่คนไม่ค่อยจะพูดถึง ดาราเทวี ที่ผมรู้จัก ในแง่มุมของผม โดยแบ่งเป็น 3 ข้อ ดว้ยกัน ดังนี้
        1: ว่ายน้ำฟังเพลง     2: เงียบสงัด หลับสนิท    3: ยังไม่ทันไรก็เต็มซะแล้ว
        1: ว่ายน้ำฟังเพลง : เป็นเรื่องที่คงไม่พูดถึงไม่ได้ ว่า ที่ดาราเทวี ณ.ตอนที่สร้างเสร็จ เป็น โรงแรมแรก และ โรงแรมเดียวในภาคเหนือ ที่ติดลำโพงในสระว่ายน้ำ ใน สระว่ายน้ำใหญ่ของโรงแรม ซึ่งมีสองแห่งด้วยกัน อันแรก เป็น สระว่ายน้ำในโซน Villa ใกล้กับ ห้องอาหารฝรั่งเศส มีรูปร่าง ล้อเลียนกับ นาขั้นบันได ที่อยู่เบื้องหน้าของสระ และ อีกอันนึง เป็นสระ อยู่ข้าง Main Lobby  สระนีมีขนาด มหึมาที่สุดใน จังหวัดเชียงใหม่ เพราะขนาดความยาวของสระยาวกว่าสระโอลิมปิค คือยาวเกือบ 70 เมตร
         ที่สำคัญคือ ทั้งสองสระ ได้ติดตั้งเครื่องเสียงและลำโพงโดยการออกแบบเสียงไว้ เพื่อให้ แขกที่อยู่ ส่วนไหนก็ได้ ของสระจะได้ยิน เสียงเพลง ดังเท่ากันหมดทั้งสระ  รับรองว่าเวลาว่ายน้ำที่นี่ ท่านจะเพลิดเพลินไปตลอดเวลาที่อยู่ในสระ  และอยากฟังเพลงสไตลส์ไหน ก็แค่บอกเจ้าหน้าที่ให้ เปลี่ยนแผ่น ก็สมหวังดั่งใจ ทันที


       










               2: เงียบสงัด หลับสนิท : ที่เขียนอย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่าโรงแรมนี้แขกน้อยนะครับ  ผมกำลังจะเล่าถึง ความเงียบในห้องพัก ที่ไม่ค่อยมีใครเอาไปบอกให้คนอื่นฟัง ก็คือเรื่องการออกแบบ ระบบปรับอากาศในห้องพัก  ผมจำได้ว่า ตอนว่าจ้างบริษัท แอร์มาติดที่โรงแรม เราได้มีการกำหนด สเป็ค ของแอร์ ไว้หลายข้อ สองข้อที่ผมคิดว่า ต้องเล่าให้ฟังก็คือ  1. เสียงของการทำงานของแอร์ เมื่อวัดที่เตียงนอน ต้องไม่เกิน 40 เดซิเบล (เสียงมนุษย์คุยกันแบบปรกติ อยู่ที่ 50 เดซิเบล)   2. แอร์ที่เป่าเข้ามาในห้องนอน ต้องไม่มีลมมาโดนตัวแขก ..... เฉพาะสองข้อนี้ก็ยากโข เลยครับ...
       2.1.เราต้องเอาตัว รีเทอร์นแอร์ (แอร์มีพัดลมที่เป่าไอเย็น กับ ตัวดูดกลับเพื่อให้ลมผ่าน คอยน์เย็น) ไปไว้นอกห้องนอน โดยเดินท่อ เป่า และ ท่อดูดกลับ ย้อนกลับเข้ามาในห้อง ....
       2.2. การที่จะไม่ให้ลมโดนตัวแขก ต้องเอาส่วนที่เป็นช่องเป่าลม ไปติดผนังข้างห้อง แล้วให้ลม ไล้ลงมาตามผนัง แต่การทำเช่นนี้ แล้วแอร์จะเย็นได้ ต้องเพิ่มขนาดแอร์เป็น 2 เท่าครึ่งจากที่ควรจะเป็น เช่น สมมุติว่า ห้องต้องใช้แอร์ขนาด 20,000 btu เราต้องเพิ่มเป็น 50,000 btu  ราคาของแอร์ และ ค่าใช้จ่ายในเวลาใช้งาน ก็สูงกว่าปรกติแน่นอน แต่ทั้งนี้เพื่อความสบาย ของแขกที่มาพัก เราจึงสร้างแบบนี้












                3: ยังไม่ทันไรก็เต็มซะแล้ว : ชื่อเรื่องแปลกทีเดียวครับ จริงๆแล้ว จะเล่าเรื่องการทำระบบน้ำประปา ในโรงแรม  ซึ่งก่อนจะลงมือทำ เราก็มีข้อกำหนดมากมาย ให้กับบริษัท ที่มาทำระบบ ประปาในโรงแรม   น้ำที่ใช้ในโรงแรม หมายถึง จากก็อกประปานะครับ เป็นน้ำที่สะอาดที่สุดแห่งนึงของประเทศไทย จนสามารถดื่มได้ทันที เพราะเราต้องทำระบบกรองชนิดพิเศษ เพื่อให้น้ำที่ใช้มีค่าเป็นกลาง จะเป็นกรด หรือ ด่าง ไม่ได้โดยเด็ดขาด เนื่องจากอุปกรณ์หัวเจ็ทใน สปาของเรามันมีหัวฉีดที่รูเล็กมากๆ  ที่สำคัญมันยังต้องการแรงดัน อีกมหาศาล ที่ 3.5 bar. ซึ่งการที่จะทำเช่นนั้นได้ จะต้องมีแรงดัน ขับน้ำที่มีพลังแรงมากๆ เราจึงจำเป็นต้องทำ แท้งค์น้ำสูงถึง 27 เมตร แล้วลดขนาดท่อเพื่อเพิ่มแรงดัน แต่ที่เหนือไปกว่านั่นอีก ก็คือ ทำอย่างไรทุกก็อกในโรงแรม มีความแรงเท่ากัน ในขณะที่ โรงแรมนี้ มีพื้นที่ 158 ไร่  ตอนกำหนด สเป็ค ผู้รับเหมาร้อง จ้าก เลยครับ....เราต้องเดินท่อเป็นวงกลมรอบโรงแรม 3 วง แล้วจากวงกลม ก็เดินท่อเล็กเข้ามายังอาคารต่างๆ เพื่อให้เกิดแรงดัน เท่ากันหมดทุกจุด....และการที่มีแรงดันเยอะขึ้น ก็จะทำให้ การเติมน้ำในอ่างอาบน้ำ  ในแต่ละห้องพักของที่นี่ สามารถคุยได้เลยว่าเร็วที่สุดในประเทศไทย




              

            ผมว่า 3 ข้อที่เล่ามาวันนี้ พนักงานส่วนใหญ่ แทบจะไม่รู้เลย ว่า ดาราเทวี  มีอย่างนี้ด้วยหรือ.... นี่แหละครับ รายละเอียดที่ถูก เลือก และ จัดทำ เพื่อความสดวกสบาย ของแขกทุกท่านที่จะมาพักกับโรงแรมนี้....ท่านที่ยังไม่เคยมาพักที่ ดาราเทวี ปีนี้เป็นโอกาสดีนะครับ ของคนไทยทุกท่าน เค้ามี Rate พิเศษ สำหรับคนไทย ลองติดต่อสอบถาม รายละเอียดดูซิครับ ที่ โทร  053 888 888
ยังมีอีกหลายเรื่องเล่าที่จะเสนอในลำดับต่อไป เยอะมากครับ คอยติดตามกันนะครับ

ป๋าปึกส์
29/09/2553

ลองเข้าไปอ่าน รายการอาหารเด็ดๆ  จากร้านโปรด ของผู้เขียน ข้างล่างดูนะครับ
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html

Tuesday, August 2, 2011

ดาราเทวี กับ วิธีการทำเสาไม้แบบโบราณ (เชียงใหม่)











                 เอ่ยถึง ดาราเทวี น้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินชื่อ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่ได้ยินแล้วเคยมาสัมผัส กับความอลังการล้านนา   ในการออกแบบ ทั้งภายนอกและภายใน แต่สิ่งนึงที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงเท่าไหร่นักก็คือ  สร้างกันอย่างไร   ......  ที่ ดาราเทวี ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งหมด 4 ปีครึ่ง ใช้คนงานก่อสร้างกว่า 600 คน  เนรมิตร จากผืนดิน ที่เป็นเพียง ที่นา เรียบๆ ที่มีต้นไม้ ไม่กี่ต้น ในพื้นที่ 150 กว่าไร่    ถ้าใครๆเข้ามาดูพื้นที่ ที่ใช้ก่อสร้าง ดาราเทวี ตอนที่กำลังก่อสร้าง  แล้วนำมาเปรียบเทียบ กับ ปัจจุบัน  คงต้องอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า   " ดินแดนมหัศจรรย์ "  ...... แต่ในที่สุดเวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก ปัญหาอุปสรรค มีมาสารพัดเรื่อง  แต่ทุกคนก็ร่วมฝ่าฟันกันมา  ทุ่มเททั้งแรงกาย และ แรงใจ  จนสามารถทำจนเปิดโรงแรมนี้สำเร็จ   ....
                วันนี้ขอเล่าเรื่องที่น้อยคนนักที่จะเคยเห็นและรับรู้   ก็คือเรื่องการทำเสาไม้กลมขนาดใหญ่โตมโหฬาร กว่า 200 ต้น ที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารอัน วิจิตรตระการตา เกือบทุกอาคาร ใน โรงแรมดาราเทวี ..... ดาราเทวี น่าจะเป็นโรงแรมที่ใช้ไม้สักทองในการก่อสร้างมากที่สุดในโลก   ที่นี่มีการรวบรวมซื้อไม้สักก่อนสร้างโรงแรมล่วงหน้ากันเป็นเวลาหลายปีเลยครับ  รวมไปถึงการไปประมูลซื้อไม้ อ.อ.ป. จากทั่วประเทศ  ช่วงนั้นคนแถววัดบวกครกหลวงเห็นแต่รถบรรทุกท่อนซุงเข้าออก โรงแรมดาราเทวี ตลอดทั้งวัน   ไม้สักแต่ละท่อนขนาด 2-3 คนโอบ ไม่ต่ำกว่า 200-300 ต้น ถูกขนส่งเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน 


ช่างเซาะเป็นแนว เพื่อให้ความลึกเท่ากัน
ช่างกำลังปิดทอง บนเสาไม้ที่กลึงมา













                     แต่ที่น่าสนใจที่สุดก็คือ การเอาซุงไม้สักเหล่านั้น มาแปรรูปเป็นเสาไม้สักทรงกลมสูงชะลูด แบบใน Lobby โรงแรม หรือ ใน SPA ก็ตาม .....  เสาแต่ละต้นกลมดิ๊ก และ บางต้นก็ยาวเกือบ 10 เมตร เสาทรงกลมที่ใช้มากที่สุด อยู่ที่ สปา และ ล๊อบบี้ ของโรงแรมดาราเทวี  ถ้าท่านมีโอกาสเข้าไปดู ลองสังเกตุดูซิครับ มันช่างกลมเหมือนกลึงด้วยเครื่องจักร  แต่ตอนที่ก่อสร้าง ดาราเทวี ไม่ได้ใช้เครื่องจักรในการกลึงเสาเหล่านั้นเลย  ทางโครงการเคยพยายามเสาะหาเครื่องจักร ที่จะมากลึงไม้ที่ ทั้งใหญ่ ทั้งยาว เหมือนขนาดที่เรา ท่าน เห็น ก็พบว่า เครื่องกลึงที่ใหญ่ที่สุดมีอยู่ไม่กี่ประเทศในโลก .....ประเทศที่มีเครื่องจักรเหล่านี้ เช่น  อเมริกา  แคนาดา และ รัสเซีย และเครื่องแต่ละอัน ราคาเป็นตัวเลข 8 หลักปลายๆ เลยครับ แต่นับเป็นความโชคดีของ ดาราเทวี ที่สามารถ หา สล่า(ช่างฝีมือที่สืบทอดงานก่อสร้างมาแต่โบราณ) ที่แทบจะมีเหลือไม่กี่คน  มาร่วมงานในการกลึงซุงเหล่านี้ได้ และ โชคดียิ่งไปกว่านั้น ที่มีการคิดที่จะถ่าย VDO เกี่ยวกับการก่อสร้างทั้งหมด เพื่อเป็นการสืบทอด ขั้นตอนและภูมิปัญญา ของ สล่าล้านนา นำเก็บไว้และเผยแพร่


นอกจากกลึงให้กลมแล้ว ยังทำบัว หัวเสาด้วย

        










           วิธีการก็คือ  หลังจากได้ซุงที่แห้งแล้ว สล่าก็จะตัดปลายสองด้านให้เรียบ แล้วหาจุดกึ่งกลางของซุงในด้านตัด ฝังแกนเหล็กกลมทั้งสองด้าน  แล้วเอาท่อนซุง  วางโดยเอาแกนเหล็กวางลงบนหลุมที่ขุดออกขนาดเท่ากับแกนเหล็ก (ไม้ที่ทำเป็นแกนจะใช้ไม้ที่มีเนื้อแข็งกว่ามาก)  หลังจากนั้นก็จะใช้ ขวานและลิ่ม ถากเอาเปลือกไม้ที่ติดมาออกเสีย รวมไปถึงตะปุ่มตะป่ำตามท่อนซุงออกด้วย เมื่อได้ท่อนซุงที่ไม่มีเปลือกแล้ว ก็จัดการ เอารถอีแต๋น ปล่อยลมยางให้อ่่อนหน่อย ขึ้นไปวางบนท่อนซุง โดยปักเสาไว้สี่มุมรอบรถอีแต๋น เพื่อใช้เชือกป่านเส้นใหญ่ผูกยึดรถ ไม่ให้รถขยับ (ในสมัยโบราณ ก่อนที่จะมีเครื่องจักร เค้าต้องใช้ คนประมาณ 5 คนขึ้นไป วิ่งบนท่อนซุง เพื่อให้ท่อนซุงหมุน)  หลังจากนั้น ช่างผู้ชำนาญก็จะใช้ แชลงที่มีปลายแบนคล้ายเกียงฉาบปูน แต่แข็งแรงและคมกว่า คอยๆ ทิ่ม เพื่อขูดไม้ให้กลมตามที่ตั้งใจไว้  จำนวนช่างก็แล้วแต่งานเร่งด่วนขนาดไหน บางครั้งใช้ถึง 10 คนโดยทำด้านละ 5 คน  แต่ที่ถ่ายทำ  VDO ไว้ (ลองคลิ๊กเข้าไปดูครับ)   ที่ดาราเทวีใช้ช่างแค่ 3-4 คนเท่านั้น  เสาทั้งหมดที่ถูกกลึงใน ดาราเทวี มีประมาณเกือบ 300 ต้น  บางต้นต้องใช้ฝีมือมากเพราะต้องกลึงบัว ที่ปลายเสาด้วย 


ลองคลิ๊กตู VDO ใน youtube ที่ link อยู่ในนี้ดูนะครับ

http://www.youtube.com/watch?v=da-cWXwe3RA


















         เมื่อกลึงเสร็จแล้ว  บางต้นก็เอาไปขัด  บางต้นก็เอาไปเผา(เพื่อต้องการล่องลอยของการถูกเผา)  บางต้นก็เอาไปลงรักปิดทอง แล้วแต่ สถาปนิก จะเลือกว่าต้นไหนไปวางตรงไหน  และสิ่งที่ประหลาดกว่าคนอื่นก็คือ  การสร้างโรงแรมนี้ ต้องขออนุญาตสร้างโรงเลื่อยไม้ ในบริเวณก่อสร้าง  แทบจะเรียกได้ว่าที่ โรงแรมดาราเทวี น่าจะเป็นโรงแรมเดียวในโลก ที่มีใบอนุญาต โรงเลื่อย และ โรงอบไม้  ทุกวันนี้แขกที่มาพักมักจะถามเหมือนกันหมดว่า  เสาในโรงแรมนี้ ใช้ไม้หรือปูนหล่อ  เมื่อท่านอ่านและดู VDO ที่  attached  เข้ามาในเรื่องนี้แล้วละก็ คงไม่ต้องหาคำอธิบายที่ไหนให้ยากเย็นนะครับ  ทั้ง 200 - 300 ต้นใน ดาราเทวี ทำแบบที่ท่านเห็นนั่นแหละครับ  นี่แหละ  ภูมิปัญญา ของสล่าล้านนา ที่น่าภูมิใจ เป็นที่สุด  
        ....รวมไปถึงความภาคภูมิใจ ของผู้คนอีกมากมายที่มีส่วนร่วมในการในการสร้างโรงแรมแห่งนี้ขึ้นมาทุกคน (ขอขอบคุณทุกคนที่อยู่เบื้องหลังงานก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ อีก 600 กว่าคน)   และ ก็เชื่อว่า ทุกๆคน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการก่อสร้างโรงแรมแห่งนี้  ก็ยังคอยเป็นกำลังใจให้กับ บริษัทผู้บริหาร โรงแรม ดาราเทวี ... เพื่อที่โรงแรมแห่งนี้  จะได้ ประสพความสำเร็จ และ เป็นที่รู้จัก และ นิยม ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ..... ตลอดไปชั่วนานแสนนาน




ป๋าปึกส์
11/10/2553
ลองเข้าไปอ่าน รายการอาหารเด็ดๆ  จากร้านโปรด ของผู้เขียน ข้างล่างดูนะครับ
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-1.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2010/11/tengoku-2.html
 : http://restaurantaroi.blogspot.com/2011/05/tengoku-de-cuisine.html